kritsadang's profileจะตายเมื่อไรไม่รู้ แต่รู...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    9/9/2007

    งานๆ อีกแล้ว

    55+
    จูเนียร์เดย์  สถานะ เสร็จสิ้น
    ค่ายยุวชนวิศวกรรม ครั้งที่ 7  สถานะ เสร็จสิ้น
    เกียร์สัมพันธ์  ครั้งที่ 25  สถานะ  เสร็จสิ้น
    นัวเนียร์20 ฝ่ายศิลป์  สถานะ  กำลังทำฉาก 
    นัวเนียร์20 ฝ่ายจัดหาทุน  สถานะ  ป้องจัดการไปแล้ว
     
    .........................มาบ่นๆ ไปงั้นตามประสา..................................
     
    8/5/2007

    ชีวิตที่มีแต่งาน งาน งานและก็งาน

    ชีวิตที่มีแต่งาน งาน งานและก็งาน

     

    หลังจากสอบเสร็จคงยุ่งแน่นอนเลย เพราะมีงานรอตั้งสองงานแล้วเป็นงานใหญ่อีก

     

                    อันแรก  วันจูเนียร์ ยังไม่ได้ประชุมเพื่อนเลย แล้วอีกอย่างต้องเริ่มออกกำลังกายแล้ว เพราะ 

     ไม่งั้นวันจูเนียร์พาน้องวิ่งบึงสีฐานไม่ไหวแน่ๆ (อิอิ...ไม่ได้ๆ เด๊วเด็กปี 1 หาว่าแก่เกินไป ต้องฟิตไว้)

    แล้วตังค์รุ่นจะพอไม่ไหวเนี้ย ฮ่าๆ ไม่พอก็ต้องพยายาม

                    ส่วนอีกอัน ค่ายยุวชนวิศวกรรม ครั้งที่ 7 ค่ายจัดวันที่ 18-22 ต.ค.2550 รับ 150 คน ที่คณะ(แล้วจะให้ไปจัดที่ไหนล่ะ ) 

    รับตำแหน่งมาเต็มๆ เป็น ประธานค่าย ครับพี่น้อง  มาๆ ใครจะเอาลูกเอาหลานมาฝากเข้าค่ายก็ฝากมาได้ 

    รับทั้งสินบน สินล่าง บนโต๊ะ ใต้โต๊ะ รับหมด กินมันอย่างเดียว อิอิ แต่ไม่รับปากนะว่าจะได้เข้า ฮ่าๆ

    พูดถึงรายละเอียดค่ายดีกว่า 

    ทำไมต้องจัดค่ายว่ะ ???

    ก็เพราะปัจจุบัน การเลือกคณะในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายนั้น

    ยังไม่มีความเข้าใจ ในการเลือกเรียนต่อในสาขาที่ตัวเองชื่นชอบหรือเลือกคณะตามกระแสนิยมของสังคม

    ทั้งที่ตัวเองไม่ได้สนใจอย่างแท้จริง  ทำให้เกิดปัญหาการสละสิทธ์ ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่สอบผ่าน

    การคัดเลือก และ ปัญหาการไม่ชอบวิชาเรียนในคณะที่ตนเองเลือกของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทำให้มีการลาออก และ

    การตกออกเป็นจำนวนมากเกิดขึ้น ดังนั้นค่ายยุวชนวิศวกรรม  จะช่วยสร้างความเข้าใจในคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ

    เป็นการสร้างความมั่นใจในการศึกษาต่อทางด้านวิศวกรรม  สำหรับนักเรียนในภาคอีสานที่ศึกษาต่อด้านนี้ และ

    เป็นการประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นและ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ว่าเกียรติภูมิ และ

    ความรู้ความสามารถของเราก็ไม่ได้น้อยกว่าที่ไหน ซึ่งรุ่นพี่ๆ ที่จบก็สร้างประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองมากมาย

    โดยจะรับสมัครนักเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวน 150 คน

    คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าร่วมค่ายยุวชนวิศวกรรมล่ะ ???

    1.        เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-5 ที่อยู่ในแผนการเรียนวิทย์-คณิต

    2.        เป็นผู้มีความประพฤติดี

    3.        ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง

    4.        มีความสนใจศึกษาต่อทางด้านวิศวกรรม

     

    เอามาบ่นให้ฟัง ฝากประชาสัมพันธ์หน่อยเด้อ พี่น้องคร้าบบบบบบบบ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

    โปสเตอร์ประชามสัมพันธ์ค่ายเอาไปดูกัน  แต่ใบสมัครยังทำไม่เสร็จเลย อิอิ ประธานค่ายอู้งาน

     

    ไปล่ะ แล้วเจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการ(ปุ๋ย).....

    7/31/2007

    ควรจะรักคนไหนดี(ภรรยา 4 คน )

    ชายคนหนึ่งมีภรรยา 4คน
    คนที่1 รักมากตามใจทุกอย่างอยู่กินด้วยกัน
    คนที่2 รักรองลงมาหน่อยตามใจบ้าง
    คนที่3 ไม่ค่อยรักเท่าไรนานๆก็ไปหาบ้าง
    คนที่4 ไม่รักไม่สนใจไม่ค่อยไปหา
    อยู่มาวันหนึ่งชายคนนี้เกิดทำความผิดอย่างร้ายแรงต้องรับโทษถึงกับประหารชีวิต
    ชายคนนี้ก็ขออนุญาติไปลาภรรยาก่อนแล้วจะกลับมารับโทษที่ทำผิด เจ้าหน้าที่ก็ได้ให้ไป
    ตามสิ่งที่ขอเป็นครั้งสุกท้ายของชีวิต
    ชายคนนี้ก็ได้ไปหา

    ภรรยาคนที่1 แล้วบอกเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังว่าตัวเองจะต้องตายแล้วนะ
    คำตอบที่ได้รับ (ตายก็ตายเราก็จบกัน) ชายคนนี้เสียใจอย่างมากที่ได้ยินคำตอบเช่นนี้
    เพราะเขารักภรรยาคนนี้มาก

    ก็ไปลาภรรยาคนที่2 แล้วก็บอกเรื่องราวว่าตัวเองจะต้องตายให้ฟัง
    คำตอบที่ได้รับ(ตายไปฉันก็มีผัวใหม่) ชายคนนี้ก็เสียใจอย่างนักเมื่อได้ฟังคำตอบ

    ภรรยาคนที่3 ชายคนนี้ก็เลยไปลาบอกเรื่องราวเช่นเดียวกันว่าตัวเองจะต้องตายแล้ว
    คำตอบที่ได้รัย จากภรรยาคนที่3 (ไม่เป็นไรฉันจะไปส่งพี่เป็นครั้งสุดท้าย) ชายคนนี้ก็เริ่มดีใจขึ้นมาบ้าง
    เริ่มคิดได้ว่าภรรยาคนที่3 เขาไม่ค่อยได้สนใจเท่าที่ควรเลย

    ภรรยคนที่4 คนสุดท้ายที่ชายคนนี้ไปลา และก็เล่าเรื่องราวให้ฟังเหมือนกันว่าตัวเองจะต้องตายแล้ว
    คำตอบที่ได้รับจากภรรยาคนที่ 4 คือ (ฉันจะตายตามพี่ไปด้วย) เมื่อชายคนนี้ได้ฟังคำตอบแล้วก็ยิ่งดีใจอย่างมาก
     และก็ได้สำนึกว่าตัวเองไม่เคยทำความดีกับภรรยาคนนี้เลยไม่สนใจปล่อยใหอยู่ตามลำพัง
    สำนึกได้ก็สายไปเสียแล้วเพราะเขากำลังจะตายไม่มีโอกาสที่จะทำดีได้อีกแล้ว

    คติธรรมแทนตัวภรรยาทั้ง 4คน คือ
    ภรรยาคนที่1 คือ ร่างกายตัวเราเอง ตายไปเขาก็เผาไหม้ไม่เหลืออะไรเลย
    ภรรยาคนที่ 2 คือ ทรัพย์สมบัติ ตายไปเอาไปไม่ได้เช่นกัน ก็กลายเป็นของคนอื่น
    ภรรยาคนที่3 คือ พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ที่ไปส่ง คือ จัดงานศพให้ ทำบุญอุทิศไปให้
    ภรรยาคนที่4 คือ บุญและบาป ที่จะตามติดตัวเราไปตัวตลอด

    เมื่อยังมีชีวิตอยู่ควรที่จะเลือกใช้ชีวิตให้ถูกและควรทำในสิ่งที่ดีงามรู้สำนึกบุญคุณยังไม่สายเกินไปหรอกนะ
    สะสมไว้เป็นเสบียงไว้ในชาติภพหน้า  
     
     
    ---------------------------------------
    ขอบคุณบทความดีๆ จาก
    6/19/2007

    กูเกียร์ดินแดง

                  ผ่านพ้นแล้วหากเหนื่อยนักจงพักผ่อน              หากอาวรณ์จงกลับมาหาความหมาย

    อาจพบแค่รอยทางอันวางวาย                                         กับอีกหลายเศษฝันอันบางเบา

                  หากแม้นว่าวันวานยังวานอยู่                            จึงอยากรู้อยากเห็นเช่นวันเก่า

    ให้ความหวังฝังไว้ในใจเรา                                             แฝงความเศร้าในรอยยิ้มที่อิ่มเอม

                  พี่สร้างเจ้าจากเศษเสี้ยวมาเกี่ยวก้อย                  จากร่วมร้อยคอยร่วมทุกข์สุขเกษม

    Seniority เจ้ามีพี่ปรีเปรม                                               Order เข้มคุมเจ้าให้เข้าทาง

                  Tradition ร่วมฟันฝ่าน้ำตาหยด                       ยอดทั้งหมด Unity พี่ทวงถาม

    Spirit วัดด้วยใจใช่ทำตาม                                             คำนิยามของ SOTUS วัดด้วยใจ

                  เรียง 15 เข้าแถวแล้วนะน้อง                            ร่วมกู้ก้องสุดสนั่นสุดหวั่นไหว

    1 เท่ารุ่น ฝุ่นตลบกลบแต่ไกล                                        ผิดใช่ไหมเข้าป่ามาเจอดี

                  จากวันนั้นถึงวันนี้กี่เท่ารุ่น                               ความว้าวุ่นกรุ่นใจไม่หน่ายหนี

    มิเปลี่ยนแปลง แรงเลือดหมู คู่ CB                              ให้โลกนี้รู้ว่าข้าแน่นอน

                  พี่สร้างเจ้าเราสร้างกันร่วมฟันฝ่า                       ใช่สร้างภาพมายามาหลอกหลอน

    แต่คือภาพความทรงจำกรรมกร                                      ก่อนก้าวสู่วิศวกรสร้างสรรค์ไทย

                  แต่ละคนมีหนทางกันต่างที่                              จากวันนี้จะฝ่าฟันสู่หนไหน

    จะสุดหล้าใต้ฟ้าสุราลัย                                                    จะจำไว้ตายหรืออยู่ กู เกียร์ดินแดง

                                          บทประพันธ์จากของที่ระลึก แสดงความยินดีกับพี่ STAFF รุ่นที่ 38

    3/23/2007

    อย่ายอมแพ้

     
      
    ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ
    ชายคนนั้น...เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ
    ชายคนนั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน
    ชายคนนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค
    ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า "สมองช้า ไม่ชอบสังคม
    และล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัวเองตลอดเวลา"
     
    ชายคนนั้น...ชื่อ "อัลเบิร์ต ไอสไตน์"
    บิดาแห่งปรมาณู
      
     
     
    ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์
    ชายคนนั้น...ลองสมัครใหม่ดูอีกที
    ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอีกครั้ง
    ชายคนนั้น...พยายามเป็นครั้งที่สาม
    ชายคนนั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน
    ชายคนนั้น...ได้เป็นทหารสมใจ
    ชายคนนั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองได้สำเร็จ
     
    ชายคนนั้น...ชื่อ "นายพลดักลาส แมคอาเธอร์"
    ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง
     
     
     
     
    ชายกลุ่มหนึ่งเป็นนักดนตรี
    ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากผุ้บริหารคนหนึ่งจากบริษัทเดคคาเรคคอร์ดิ้ง
    ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า "เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา
    และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว"
     
    ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า "เดอะ บีเทิลส์"
    สี่เต่าทองแห่งตำนาน
     
     
     

    ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา
    ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียนมัธยม
    ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
     
    ชายคนนั้น...ชื่อ "ไมเคิล จอร์แดน"
    หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก
     
     
     
     
     ชายคนหนึ่ง...เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน
    ชายคนนั้น...สูญเสียความสามารถในการฟังลงเรื่อยๆ
    ชายคนนั้น...หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี
    ชายคนนั้น...ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุด
     
    ชายคนนั้น...ชื่อ "ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน"
    นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก
     
      
     

    ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6
    ชายคนนั้น...เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมาตลอด
    ชายคนนั้น...ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆ เมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุแล้ว
    ชายคนนั้น...ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี
     
    ชายคนนั้น...ชื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล"
    อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ
     
     
    ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
    ชายคนนั้น...เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษาระดับกลางเท่านั้น
    ชายคนนั้น...เคยสอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี
     
    ชายคนนั้น...ชื่อ "หลุยส์ ปาสเตอร์"
     
     
     
    ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
    ชายคนนั้น...เคยถูกผู้จัดการของแกรนด์โอเลโอเพรย์ไล่ออก
    ชายคนนั้น...เคยโดนดูถูกว่า "แกมันไปไม่ถึงไหนเลย
    แกควรกลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า"
     
    ชายคนนั้น...ชื่อ "เอลวิส เพรสลีย์"
     
     
    หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
    หญิงคนนั้น...ทำงานให้กับบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่
    หญิงคนนั้น...เคยโดนผู้อำนวยการบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า
    "เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯหรือไม่ก็แต่งงานเสียดีกว่า"
     
    หญิงคนนั้น...ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์
    หรือที่รู้จักกันในนาม "มาริลีน มอนโร" นั่นเอง
     
     
    ชายคนหนึ่งหลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
    ชายคนนั้น...ยื่นใบสมัครกับมหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ดอันเลื่องชื่อ
    ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธในเวลาต่อมา
    ชายคนนั้น...ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจโคลัมเบีย
    ชายคนนั้น...สำเร็จการศึกษา
    ชายคนนั้น...ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ
     
    ชายคนนั้น...ชื่อ "วอเรน บัฟเฟตต์"
    นักลงทุนอัจฉริยะ อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก
     
     

    ชายคนหนึ่งหลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
    ชายคนนั้น...ชอบหมกตัวกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
    ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า "สกปรก บ้าคอมพิวเตอร์"
    ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
    ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี
    ชายคนนั้น...ปัจจุบันคือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนกับแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
    ชายคนนั้น...เคยถูกไอบีเอ็ม มองว่า "แค่เด็ก"
    ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก
     
    ชายคนนั้น...ชื่อ วิลเลี่ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม
    หรือที่รู้จักกันในนาม "บิลล์ เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์
    มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ
     
     

    เชื่อว่าทุกคนเคยแพ้
    เชื่อว่าทุกคนเคยล้มเหลว
     
    แต่คนแพ้...ไม่ใช่คนที่ล้มเหลว
    คนล้มเหลวคือ...คนที่ล้มเลิกต่างหาก
      
    บนโลกกลมๆ ใบนี้
    สิ่งเดียวที่ทำไม่ได้คือ "การยอมแพ้"
     
    -------------------------------------
    -------------------------------------
    ps* อัพให้เจ้าของสเปซอ่านนะ
    ps** คงเดาได้ไม่ยากนะ..ว่าใครอัพให้
    ps*** สู้ๆ นะเธอ~!!
    ps**** จะลบทิ้งก็ได้นะ
    -------------------------------------
    -------------------------------------
     
     
     
     
     
     
     
     
    7/23/2006

    คุณบริหารเวลาได้ดีพอหรือยัง

     

     

    บทเรียนจาก...ชาวนา

     

                    “ชาวนาคนหนึ่งตื่นขึ้นแต่เช้าตรู่เพื่ออกไปไถนาน  ตั้งใจว่าวันนี้จะไถแปลงข้าวที่เหลืออยู่ให้หมดภายในวันเดียว เมื่อเริ่มต้นตรวจดูก็พบว่าน้ำมันรถแทร็กเตอร์หมด จึงต้องเดินไปซื้อน้ำมัน ระหว่างที่เดินผ่านเล้าหมูก็คิดขึ้นได้ว่าไหนๆ ก็เดินผ่านมาทางนี้แล้ว แวะให้อาหารหมูเสียหน่อยคงไม่เป็นไร จะได้ช่วยผ่อนภาระให้ภรรยาได้บ้าง เขาจึงเดินเลี้ยวเข้าไปในโกดังเก็บอาหารหมู ครั้นเมื่อเห็นกระสอบใส่อาหารหมูก็เตือนให้นึกถึงลูกนุ่นที่พร้อมจะเก็บได้จึงคว้ากระสอบเปล่าใบหนึ่งเพื่อไปเก็บนุ่น ขณะที่เดินผ่านกองไม้ก็นึกขึ้นได้ว่าภรรยาสั่งให้เผาไม้เพื่อทำถ่านเพราะถ่านกำลังจะหมด จึงวางกระสอบลงแล้วขนไม้มาเพื่อเตรียมจะเผา บังเอิญไก่ที่เลี้ยงไว้เดินหาอาหารผ่านมา  เขาจำได้ว่าช่วงที่ผ่านมาไก่ตายไปหลายตัวเพราะโรคระบาด จึงตั้งใจจะแยกไก่ที่เป็นโรคออกจากตัวที่ไม่เป็น จึงเริ่มต้นจับไก่ จับได้เพียงไม่กี่ตัวดวงอาทิตย์ก็ตกดิน จึงเริ่มต้นเดินทางกลับบ้าน นาที่ตั้งใจจะไถก็ยังอยู่ในสภาพเดิม ยังรอคอยการคราดไถจากรถแทร็กเตอร์ต่อไป งานปลีกย่อยที่แวะเวียนไปทำระหว่างทางก็ไม่สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักชิ้นเดียว…”

                    หลายคนอาจจะกำลังนึกขำขณะที่อ่านเรื่องเล่านี้พร้อมกับคิดในใจว่า “ชาวนาคนนี้ช่างเหลวไหลเรื่อยเปื่อยเสียจริงๆ”  แต่ถ้าเราลองสังเกตชีวิตของเราเอง  ในบางครั้งเราไม่ได้ต่างไปจากชาวนาคนนี้เลย  ชีวิตที่ดำเนินไปอย่างไร้จุดหมาย ใช้เวลาผ่านไปเพียงวันๆ บั้นปลายชีวิตก็จะเต็มไปด้วยความว่างเปล่าไม่มีสิ่งใดให้ระลึกถึงด้วยความภาคภูมิพึงพอใจ  หรือ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต  แล้วบากบั่นมุ่งมั่นฝ่าฟันอุปสรรคไปจนถึงจุดหมาย แต่สุดท้ายกลับพบว่าจุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้นั้นไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ เนื่องจากเป้าหมายนั้นไม่ใช่เป้าหมายที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง

                    ก็เพราะเราแต่ละคนต่างมีชีวิตเพียงชีวิตเดียว ดังนั้นการใช้ชีวิตของเราจึงควรเป็นไปอย่างมีสติและระมัดระวังอยู่เสมอ  เพื่อเมื่อบั้นปลายชีวิตมาถึง  เราจะสามารถยิ้มอย่างภาคภูมิใจและบอกกับตัวเองได้ว่า “เราได้ใช้ชีวิตที่ผ่านมาอย่างดีที่สุดแล้ว”

     

     

     

    “เวลาและชีวิตไม่ใช่เทปคาสเส็ตต์ ที่เมื่อหมดม้วน แล้วสามารถกรอกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้”

     

     

     

    JK_BlackdoG@EN_KKU#42